![]() |
| Prey (2022, Hulu/Disney+) |
ชื่อเรื่อง: รีวิวหนัง Prey (2022) — จุดเริ่มต้นแห่งจักรวาลนักล่า ที่กลับมาสั่นสะเทือนใจแฟน ๆ อีกครั้ง
บทนำ:
ภาพยนตร์เรื่อง Prey (2022) เป็นผลงานที่สร้างโดย Hulu และจัดจำหน่ายโดย Disney+ ถือเป็นการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของแฟรนไชส์ Predator หลังจากห่างหายไปหลายปี หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงภาคต่อเท่านั้น แต่เป็น “ภาคก่อน” ที่พาเราย้อนเวลากลับไปในศตวรรษที่ 18 เพื่อพบกับการมาถึงของนักล่าจากต่างดาวในยุคที่โลกยังไม่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยเหมือนในภาคก่อน ๆ
ด้วยแนวทางที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง Prey ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากทั้งจากนักวิจารณ์และผู้ชมทั่วโลก เพราะมันไม่เพียงแต่ฟื้นคืนความน่ากลัวของ Predator แต่ยังเติมเต็มตำนานจักรวาลนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เรื่องย่อของ Prey (2022)
เหตุการณ์ของหนังเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1719 ณ ดินแดนอเมริกาเหนือ ที่ชนเผ่า Comanche ยังอาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์
เรื่องราวติดตามหญิงสาวชื่อ Naru (รับบทโดย Amber Midthunder) ซึ่งเป็นนักล่าผู้มีความกล้าหาญและฝันอยากพิสูจน์ตัวเองว่าเธอก็สามารถเป็นนักรบได้เช่นเดียวกับชายในเผ่า
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเธอพบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ไม่ใช่มนุษย์ — “นักล่า” จากต่างดาวที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำยุค ความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ และสัญชาตญาณนักฆ่าที่ไร้ความปรานี
Naru ต้องต่อสู้เอาชีวิตรอด พร้อมทั้งใช้ความฉลาด ไหวพริบ และการรู้จักธรรมชาติของเธอเพื่อต่อกรกับสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าทุกด้าน
จุดเด่นของภาพยนตร์
-
การเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่เข้มข้น:
Prey ไม่พึ่งพาเอฟเฟกต์หรืองาน CGI ที่หวือหวา แต่ใช้การสร้างบรรยากาศ ความเงียบ และฉากล่าสัตว์แบบดิบ ๆ เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกตึงเครียดทุกนาที -
ตัวละครหญิงผู้แข็งแกร่ง:
Naru เป็นตัวแทนของการต่อสู้ระหว่าง “ความเท่าเทียมทางเพศ” และ “การเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง” เธอไม่ใช่เพียงหญิงสาวธรรมดา แต่คือสัญลักษณ์ของการเอาชนะความกลัวและท้าทายสิ่งที่คนอื่นคิดว่า “เป็นไปไม่ได้” -
ฉากธรรมชาติและภาพยนตร์ที่งดงาม:
หนังถ่ายทำในพื้นที่ธรรมชาติจริงในแคนาดา ทำให้ทุกฉากมีความสมจริง ดิบ และสะท้อนความงดงามของโลกในยุคก่อนอารยธรรม -
การกลับมาของความดิบเถื่อนแบบภาคแรก (Predator 1987):
แฟน ๆ จะรู้สึกเหมือนกลับไปสัมผัสบรรยากาศแบบ Predator ภาคต้นฉบับ ที่เน้นความเอาชีวิตรอด การล่า และความตึงเครียดระหว่าง “นักล่า” และ “เหยื่อ”
นักแสดงหลัก
-
Amber Midthunder รับบท Naru — หญิงสาวชนเผ่าที่มุ่งมั่นและฉลาด
-
Dane DiLiegro รับบท Predator — นักล่าจากต่างดาวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและความโหดเหี้ยม
-
Dakota Beavers รับบท Taabe — พี่ชายของ Naru และนักรบผู้เก่งกาจ
การเชื่อมโยงกับจักรวาล Predator
แม้ Prey จะเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ใน Predator (1987) กว่า 250 ปี แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้วางรากฐานหลายอย่างที่เชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวหลัก เช่น
-
การแสดงให้เห็นถึง “ธรรมชาติของการล่า” ที่เป็นหัวใจของนักล่าจากต่างดาว
-
การใช้เทคโนโลยีสุดล้ำที่ค่อย ๆ พัฒนาในภาคหลัง
-
และฉากจบที่สื่อถึงการมาถึงของนักล่าในยุคต่อไป
คุณค่าทางศิลปะและความหมายเชิงสัญลักษณ์
Prey ไม่ได้เป็นเพียงหนังเอาตัวรอด แต่ยังแฝงแนวคิดเรื่อง “วิวัฒนาการของนักล่า” — ทั้งมนุษย์และเอเลี่ยน ต่างก็มีสัญชาตญาณในการล่าและเอาชนะ แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์เหนือกว่า คือ “สติปัญญาและการปรับตัว”
หนังยังสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ของผู้หญิงในสังคมชายเป็นใหญ่ และการปกป้องธรรมชาติจากสิ่งที่ไม่เข้าใจมัน ซึ่งทั้งหมดนี้ถ่ายทอดอย่างลงตัวผ่านมุมมองของ Naru
บทสรุป
Prey (2022) คือการรีบูตจักรวาล Predator ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบหลายปี ด้วยการผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายและความเข้มข้น หนังสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของ “การเอาชีวิตรอด” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีล้ำยุคหรือกองทัพนักแสดงชื่อดัง
หากคุณเป็นแฟนของ Predator หรือชื่นชอบหนังแนวเอาตัวรอดในป่า Prey คือภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาด

.jpeg)