![]() |
| AVP: Requiem (2007) |
ชื่อเรื่อง: รีวิวภาพยนตร์ AVP: Requiem (2007) — ศึกสังหารสุดโหดระหว่างเอเลี่ยนและพรานนักล่าในเมืองมนุษย์
บทนำ
หากคุณเป็นแฟนภาพยนตร์ไซไฟที่ชอบความดิบ เถื่อน และโหดสุดขีด — AVP: Requiem (2007) หรือชื่อเต็ม Alien vs. Predator: Requiem คือภาพยนตร์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ หนังเรื่องนี้เป็นภาคต่อโดยตรงจาก Alien vs. Predator (2004) ที่ครั้งนี้เหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่ลึกลับอย่างแอนตาร์กติกาอีกต่อไป แต่ย้ายฉากมายัง “โลกของมนุษย์” ที่เต็มไปด้วยความสับสน วุ่นวาย และการเอาชีวิตรอดของผู้คน
ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยสองพี่น้อง Colin และ Greg Strause (The Brothers Strause) ซึ่งมุ่งเน้นการนำเสนอฉากแอ็กชันแบบเต็มพลังและความโหดที่แฟนหนังภาคก่อนอยากเห็นมากขึ้น ทั้งยังเป็นหนังที่ทำให้แฟนคลับ Alien และ Predator ได้สัมผัสการปะทะกันในสเกลที่ใกล้ชิดและสมจริงที่สุด
เรื่องย่อของ AVP: Requiem (2007)
เรื่องราวเริ่มต้นหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรกไม่นาน ยานอวกาศของ Predator ที่บรรทุกศพของ “Predator Warrior” และซาก Alien Queen ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อสิ่งที่เรียกว่า “Predalien” — ลูกผสมระหว่าง Predator และ Alien — หลุดออกมาและเริ่มอาละวาดบนยาน
ยานตกลงบนพื้นโลกใกล้เมืองเล็ก ๆ ในรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา สิ่งมีชีวิตจากนรกเหล่านี้เริ่มแพร่พันธุ์และสังหารผู้คนอย่างไร้ความปรานี
เมื่อระบบของนักล่าตรวจจับสัญญาณความวุ่นวายได้ Predator ตัวใหม่ที่ชื่อว่า “Wolf” ถูกส่งลงมาบนโลกเพื่อ “กำจัดหลักฐานทั้งหมด” — ทั้งมนุษย์และเอเลี่ยน
สิ่งที่ตามมาคือสงครามครั้งใหญ่ในเมืองเล็ก ๆ ที่กลายเป็นสนามรบของเอเลี่ยน นักล่า และมนุษย์ที่พยายามเอาชีวิตรอดจากฝันร้าย
จุดเด่นของภาพยนตร์
-
บรรยากาศความสยองแบบ Survival Horror เต็มรูปแบบ
หนังกลับสู่รากเหง้าความสยองของซีรีส์ Alien อย่างแท้จริง ความมืด ความตึงเครียด และฉากลอบโจมตีถูกนำเสนออย่างเข้มข้น -
Predalien – สัตว์ประหลาดลูกผสมสุดโหด
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของภาคนี้คือ Predalien ลูกผสมที่รวมความแข็งแกร่งของ Predator เข้ากับความโหดของ Alien มันคือสิ่งมีชีวิตที่แทบจะไร้จุดอ่อน และฉากต่อสู้ของมันกับ “Wolf” Predator คือหนึ่งในจุดพีคที่สุดของหนัง -
ฉากต่อสู้และความรุนแรงระดับ 18+
หนังเรื่องนี้ถูกจัดเรต R ด้วยเหตุผลที่ชัดเจน เพราะเต็มไปด้วยฉากการสังหารสุดโหด เลือดสาด การต่อสู้ดิบ ๆ และฉากที่ทำให้ผู้ชมแทบหยุดหายใจ -
การย้ายฉากมายังโลกมนุษย์
จากภาคแรกที่อยู่ในพื้นที่ปิดใต้ดิน ภาคนี้เปลี่ยนบรรยากาศมาสู่เมืองเล็กในอเมริกา ทำให้เรื่องราวดูใกล้ตัวมากขึ้น เพิ่มความรู้สึก “เอเลี่ยนบุกโลก” ได้อย่างยอดเยี่ยม
นักแสดงหลัก
-
Reiko Aylesworth รับบท Kelly O’Brien — คุณแม่ทหารที่ต้องปกป้องลูกสาวจากฝันร้าย
-
Steven Pasquale รับบท Dallas Howard — นักโทษที่กลายเป็นผู้นำกลุ่มผู้รอดชีวิต
-
John Ortiz รับบท นายอำเภอ Morales — ตัวแทนของผู้มีอำนาจในเมืองที่ต้องตัดสินใจภายใต้สถานการณ์วิกฤต
แนวคิดของหนัง
AVP: Requiem นำเสนอแนวคิดของ “การล่า” และ “การอยู่รอด” ที่เป็นหัวใจหลักของทั้งสองแฟรนไชส์ Alien และ Predator
มนุษย์ไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ล่า แต่เป็นเพียง “เหยื่อร่วมสนาม” ที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าในทุกด้าน
หนังยังสะท้อนถึงผลลัพธ์ของการที่มนุษย์พยายามเข้าไปยุ่งกับสิ่งที่ไม่ควรเข้าใกล้ — วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่เราไม่อาจควบคุมได้
ฉากเด่นและความประทับใจ
-
ฉากที่ Predator “Wolf” ลงมาจัดการกับรัง Alien ด้วยระเบิดพลาสมา ถือเป็นหนึ่งในซีนเท่ที่สุดของหนัง
-
ฉาก Predalien ออกล่าในโรงพยาบาล เป็นจุดที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสิ้นหวังของมนุษย์
-
ฉากจบของหนังที่รัฐบาลตัดสินใจ “ลบเมืองทั้งเมือง” ด้วยระเบิดนิวเคลียร์ คือการปิดฉากอย่างเยือกเย็นและสะเทือนใจ
ด้านเทคนิคและภาพ
แม้หนังจะมีงบประมาณน้อยกว่าภาคก่อน แต่ทีมผู้สร้างเลือกใช้การถ่ายทำแบบมืดและแสงน้อยเพื่อเพิ่มความสยอง หนังใช้เทคนิค Practical Effect ผสม CGI อย่างลงตัว ทำให้สัตว์ประหลาดดูสมจริงและจับต้องได้มากกว่าหนังไซไฟยุคใหม่บางเรื่อง
เสียงตอบรับจากผู้ชม
เมื่อออกฉาย หนังได้รับเสียงตอบรับที่หลากหลาย
-
แฟนสาย Alien และ Predator ชื่นชอบความโหดและความดิบของเรื่อง
-
ขณะที่ผู้ชมทั่วไปบางส่วนมองว่าหนังมีฉากมืดเกินไปและดำเนินเรื่องรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม AVP: Requiem (2007) ได้กลายเป็นหนังที่แฟนพันธุ์แท้สองแฟรนไชส์ยังคงจดจำในฐานะ “การปะทะที่ดุเดือดที่สุดของจักรวาลเอเลี่ยน”
บทสรุป
Alien vs. Predator: Requiem (2007) คือหนังที่ผสมผสานความโหดของ Alien เข้ากับความเท่ของ Predator อย่างลงตัว มันคือการต่อสู้แบบไม่มีใครยอมใคร และเต็มไปด้วยฉากที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความตายที่อยู่รอบตัวทุกขณะ
หากคุณกำลังมองหาหนังไซไฟแอ็กชันที่ “เข้มข้น ดิบ และไม่ปราณีใคร” นี่คือหนึ่งในภาคที่ไม่ควรพลาด เพราะมันแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ “สงครามต่างดาว” หลุดเข้ามาในโลกของเรา

%20poster.jpeg)