Type Here to Get Search Results !

ADS

The Sound of Music (1965)

Adamz 0

 

The Sound of Music (1965)
The Sound of Music (1965)


รีวิวหนัง The Sound of Music (1965) – ความคลาสสิกเหนือกาลเวลา


บทนำ

The Sound of Music (1965) เป็นหนึ่งในภาพยนตร์มิวสิคัลคลาสสิกที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมทั่วโลกแม้ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้อิงจากเรื่องจริงของ Maria von Trapp หญิงสาวผู้มีจิตวิญญาณรักเสียงเพลง ซึ่งกลายเป็นพี่เลี้ยงของครอบครัว Trapp และนำพาความสุขและเสียงเพลงกลับมาสู่ชีวิตของเด็กๆ

เรื่องราวของ The Sound of Music ผสมผสานดนตรีสุดคลาสสิก ความรัก ครอบครัว และการเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่หนังเพลง แต่ยังสื่อสารความเป็นมนุษย์และความหวังได้อย่างลึกซึ้ง


พล็อตเรื่องแบบสรุป

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1930 ในเมืองซาลซ์บูร์ก ประเทศออสเตรีย Maria รับบทโดย จูลี่ แอนดรูว์ส เป็นผู้หญิงวัยสาวที่รักเสียงเพลงและมีจิตวิญญาณอิสระ เธอเข้าร่วมเป็นแม่ชีฝึกหัดที่อาราม แต่เธอไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับวินัยเข้มงวดของอารามได้

ด้วยความหวังให้ Maria มีโอกาสทำสิ่งดีๆ ในชีวิต เธอถูกส่งไปเป็นพี่เลี้ยงของลูกๆ เจ็ดคนในครอบครัว von Trapp ซึ่งเด็กๆ ถูกเลี้ยงมาอย่างเข้มงวดและขาดความอบอุ่น Maria ใช้เสียงเพลงและความรักช่วยให้เด็กๆ เปิดใจ และสร้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพวกเขา

ความสัมพันธ์ระหว่าง Maria และ กัปตัน Georg von Trapp พ่อม่ายผู้เข้มงวด ค่อยๆ เติบโตจากความเคารพไปสู่ความรัก หนังยังแสดงให้เห็นถึงความท้าทายจากการรุกรานของนาซีในออสเตรีย ทำให้ครอบครัว von Trapp ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางแห่งความรักและเสรีภาพ


การแสดงของนักแสดง

จูลี่ แอนดรูว์ส (Maria) – การแสดงของเธอเป็นไฮไลต์สำคัญของหนัง ความสดใส เสียงร้องที่ทรงพลัง และอารมณ์ที่อบอุ่น ทำให้ Maria เป็นตัวละครที่ผู้ชมรักและจดจำ

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ (กัปตัน Georg von Trapp) – เขานำเสนอบทบาทพ่อผู้เข้มงวดแต่เต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนอยู่ภายใน ความเข้ากันของเขากับจูลี่ แอนดรูว์ส ทำให้เรื่องราวความรักและครอบครัวมีความสมจริง

เด็กๆ ทั้งเจ็ดคน มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความน่ารัก ความไร้เดียงสา และความอบอุ่นของครอบครัว การแสดงของเด็กๆ สมจริงและเข้ากับจังหวะของหนังเพลงได้อย่างลงตัว


เพลงและดนตรี

หนึ่งในเสน่ห์หลักของ The Sound of Music คือ เพลงประกอบ ที่กลายเป็นตำนาน เช่น

  • Do-Re-Mi – เพลงสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมทุกวัย

  • My Favorite Things – เพลงปลอบใจในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

  • Climb Every Mountain – เพลงสื่อถึงความมุ่งมั่นและความหวัง

เพลงเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไพเราะ แต่ยังสอดคล้องกับเนื้อเรื่องและอารมณ์ของตัวละคร ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินและจดจำได้ง่าย


ธีมและข้อความเชิงลึก

  1. ครอบครัวและความรัก – หนังเน้นความสำคัญของสายสัมพันธ์ในครอบครัว การใช้ความรักและความเข้าใจเชื่อมต่อเด็กๆ กับพ่อแม่

  2. ความกล้าและความมุ่งมั่น – การเผชิญหน้ากับความท้าทาย การตามหาความสุข และการรักษาความถูกต้อง

  3. ดนตรีและความสุข – เพลงไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิง แต่ยังเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความรู้สึกและความรัก

  4. ความหวังในช่วงเวลาที่ยากลำบาก – แม้เผชิญกับสงครามและความยากลำบาก ครอบครัว von Trapp ไม่ยอมแพ้และยังคงมุ่งมั่นสู่เสรีภาพ


ด้านเทคนิคและการผลิต

The Sound of Music กำกับโดย โรเบิร์ต ไวส์ การถ่ายทำใช้สถานที่จริงในเทือกเขาแอลป์และเมืองซาลซ์บูร์ก ทำให้ฉากธรรมชาติสวยงามและสมจริง การออกแบบเครื่องแต่งกายและการจัดฉากสอดคล้องกับยุคสมัย ทำให้ผู้ชมเหมือนย้อนเวลากลับไปยังยุค 1930

การตัดต่อและกำกับจังหวะของเพลงถูกออกแบบอย่างประณีต ทำให้ทุกเพลงเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องอย่างลงตัว


การรีวิวและคะแนน

  • เนื้อเรื่อง: 9.5/10 – สนุก มีความลึกซึ้งและให้ข้อคิดดี

  • การแสดง: 10/10 – จูลี่ แอนดรูว์ส และ คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ สมบูรณ์แบบ

  • เพลงประกอบ: 10/10 – เพลงไพเราะและคลาสสิก

  • การถ่ายทำและงานสร้าง: 9/10 – สวยงามและสมจริง

  • คะแนนรวม: 9.5/10 – หนังคลาสสิกที่คู่ควรกับทุกวัย


เหตุผลที่ควรดู The Sound of Music

  1. เป็น หนังเพลงคลาสสิก ที่เหมาะสำหรับครอบครัวและทุกเพศทุกวัย

  2. มี บทเรียนชีวิต และข้อความลึกซึ้งเกี่ยวกับความรักและความหวัง

  3. เพลงไพเราะและติดหู ตลอดกาล

  4. ถ่ายทอด ความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมออสเตรีย

The Sound of Music (1965) เป็นหนังคลาสสิกที่ไม่ควรพลาด สำหรับใครที่รักหนังเพลง ครอบครัว หรือแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต



แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น
* Please Don't Spam Here. All the Comments are Reviewed by Admin.

Top Post Ad

Bottom Post Ad

Ads